ฟ้องว่าใช้ปืนยิง แต่ทางพิจารณาได้ความว่าเพียงชกต่อยถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญ

คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๘/๒๕๕๔

เรื่อง กระทำโดยพลาด,พยายามฆ่าผู้อื่น,ทำร้ายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย,พิพากษาไม่เกินคำขอ,ข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย,นำวิธีพิจารณาในศาลอุทธรณ์มาใช้ในชั้นฎีกา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยใช้อาวุธปืนของกลางยิงผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่าแต่ผู้เสียหายหลบหลีกได้ทันจึงไม่ถึงแก่ความตาย และมีคำขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายด้วย แต่พยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยใช้อาวุธปืนของกลางยิงผู้เสียหาย คงฟังได้เพียงว่าจำเลยชกต่อยผู้เสียหายซึ่งจำเลยนำสืบรับข้อเท็จจริงนี้ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย ทางนำสืบของโจทก์ไม่ได้ความว่าผู้เสียหายได้ัรับอันตรายแก่กาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป้นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายตาม ป.อ. มาตรา ๓๙๑ แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องเเละมีคำขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ จึงไม่สามารถพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ได้เพราะจะเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวมาในฟ้องซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๒ วรรคหนึ่ง นอกจากนี้การที่จำเลยใช้อาวุธปืนของกลางยิงโจทก์ร่วม กระสุนปืนถูกโจทก์ร่วมและยังทะลุพลาดถูก อ. ด้วยนั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า อ. โดยพลาดซึ่งโจทก์ได้บรรยายฟ้องมาด้วย การที่ศาลล่างทั้งสองมิได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ข้อหาพยายามฆ่าผู้เสียหายและมิได้พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่า อ. โดยพลาดจึงไม่ชอบ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *