จะขอดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องหรือนับแต่วันถัดจากวันฟ้องดี

การฟ้องคดีต่อศาลนั้นมีวิธีปฏิบัติระบุไว้ค่อนข้างมาก และหากทนายความหลงลืมจะด้วยจงใจหรือไม่นั่นคือความเสียหายอันมหาศาล ปัญหาสำคัญเรื่องหนึ่งที่จะหยิบยกว่ากล่าวในวันนี้ก็คือ การขอค่าเสียหายหรือดอกเบี้ยในอนาคต พูดง่ายๆเวลาเราไปฟ้องคดีที่ศาลไม่ใช่ว่าจำเลยจะหอบเงินมาจ่ายให้เราง่ายๆ ต้องมีกระบวนการพิจารณาคดีที่ยืดยาว กฎหมายจึงกำหนดเกี่ยวกับค่าเสียหายหรือดอกเบี้ยในอนาคต(ระหว่างดำเนินการพิจารณา)ไว้ ค่าเสียหายในอนาคตจะขออย่างไรถึงจะถูกต้องลองมาดูกัน

ค่าเสียหายหรือดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ก่อนมายื่นคำฟ้องต่อศาลและโจทก์ก็ประสงค์จะได้เงินจำนวนนี้ด้วย(ในการพิจารณาคดีของไทยนั้น ศาลไม่มีอำนาจพิพากษาหรือสั่งเกินไปกว่าที่โจทก์มีคำขอแม้ว่าความจริงจะปรากฎว่าโจทก์จะเสียหายมากกว่าที่ขอมาก็ตาม) ค่าเสียหายหรือดอกเบี้ยในลักษณะทำนองนี้ศาลสามารถพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายหรือดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนวันยื่นฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระหนี้แก่โจทก์จนหมดได้ แล้วในกรณีเช่นนี้โจทก์จะบรรยายฟ้องทำนองว่าขอให้ศาลพิพากษาให้ชำระดอกเบี้ยของต้นเงินนับแต่วันที่โจทก์เสียหายยาวไปจนถึงวันที่ชำระเสร็จได้หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้ เพราะดอกเบี้ยหรือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนยื่นคำฟ้องนั้นเป้นส่วนหนึ่งของทุนทรัพย์ในคดีที่ต้องหาตัวเลขเป็นที่ยุติมาให้เจ้าหน้าที่ศาลคิดค่าธรรมเนียมศาล(ค่าขึ้นศาล)

ในอีกกรณีคือโจทก์ไม่ต้องการจะเรียกค่าเสียหายหรือดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นก่อนยื่นคำฟ้องต่อศาลจนกว่าจำเลยจะใช้หนี้หมด คือรวยแล้วที่ผ่านมาไม่อยากได้ ก็เลยขอดอกเบี้ยหรือค่าเสียหายนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไป ซึ่งในกรณีนี้ก็ทำได้ และเป็นที่นิยมพอสมควรสำหรับผู้ที่อยากจะประหยัดค่าธรรมเนียมศาลเพราะในแบบแรกคิดค่าธรรมเนียมศาลเป็นร้อยละของจำนวนทุนทรัพย์ทั้งหมด ส่วนในกรณีนี้แม้ว่าดอกเบี้ยหรือค่าเสียหายในอนาคต(ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ยื่นคำฟ้องเป็นต้นไป)จะมากมายมหาศาลเท่าใดก็เสียค่าขึ้นศาลในอนาคตเพียงอัตราเดียวคือ ๑๐๐ บาทถ้วน

ปัญหาต่อมาคือ  ดอกเบี้ยหรือค่าเสียหายนั้นจะขอนับแต่วันฟ้องหรือนับแต่วันถัดจากวันฟ้องดี ปัญหากรณีนี้เกิดขึ้นได้เฉพาะกรณีที่มีคำขอดอกเบี้ยหรือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตั้งแต่เวลาก่อนยื่นคำฟ้องและก็จะขอไปถึงในอนาคตด้วย เพราะหากใช้คำว่า “คำนวนดอกเบี้ยนับถึงวันฟ้อง” เป็นการขอดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นก่อนยื่นคำฟ้อง และใช้คำว่า “นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป” สำหรับดอกเบี้ยในอนาคต ก็จะมีปัญหาว่าในวันยื่นฟ้องวันเดียวกันนั้นโจทก์ได้กำไรคิดดอกเบี้ยทับกันวันเดียวสองต่อ ทางปฏิบัติทนายความจึงมักจะใช้ข้อความว่า “นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป” เพื่อกันปัญหาความทับซ้อนดังกล่าว แต่แท้จริงแล้วจำเป็นหรือไม่ คำตอบคือ “ไม่จำเป็น” เพราะศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๙๐๗/๒๕๔๐ วินิจฉัยว่า ” การคำนวนนับระยะเวลาในการคิดดอกเบี้ยนั้นอยู่ในบังคับของหลักทั่วไปตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๙๓/๓ วรรคสอง ซึ่งกำหนดมิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลารวมคำนวนเข้าด้วย จึงเริ่มนับหนึ่งในวันรุ่งขึ้น โดยไม่นับวันฟ้องรวมคำนวนเข้าอยู่แล้วไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ถ้อยคำเฉพาะเจาะจงว่าให้คิดดอกเบี้ยนับแต่วันถัดจากวันฟ้องแต่อย่างใด” สรุปก็คือ ศาลมองว่าการคิดดอกเบี้ยในอนาคตที่เกิดตั้งแต่วันยื่นคำฟ้องเป็นต้นไปจะใช้คำว่า “นับแต่วันฟ้อง” หรือ “นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง” ก็ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะไม่ทำให้มีผลเป็นการคิดดอกเบี้ยทับกันสองครั้งในวันเดียวแต่อย่างใด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *